นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวย้อนหลัง ตอนที่1


นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียว
Movie Name : นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียว
Onair / Episode : ตอนที่1
Posted on : 22 October 2010
Posted in : หมวดละคร/Ending > ละครนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียว
Tags :

ร่วมแสดงความคิดเห็น :

Description : ออกอากาศ : ละครหลังข่าว จันทร์- อังคาร 20.25 น.
บทประพันธ์ : ธงสยาม
บทโทรทัศน์ : แพรพริมา
กำกับการแสดง : สยาม น่วมเศรษฐี
ผู้ผลิต : คำพอดี จำกัด

เรื่อง ราวของเสือ หนุ่มเลือดอีสาน ที่วัยเด็กได้รับพลังพิเศษจากการกินข้าวทิพย์ในวันที่ ดวงอาทิตย์ ดาวเสาร์ พระจันทร์ ทำมุมตั้งฉากกับโลก เขาสามารถต่อยควายล้มได้ทั้งยืน ดำน้ำอึด กระทั่งโดนฟ้าผ่ายังไม่ระคายผิวเลย บัดนี้เขาถูกรังแกจากผู้มีอิทธิพล พ่อ แม่โดนทำร้าย น้องสาวโดนจับไปขายที่กรุงเทพฯ เมื่อกฏหมายไม่สามารถสร้างความยุติธรรมให้กับเขาได้ มีเพียงกำปั้น ปืนลูกซองไทยประดิษฐ์ และหัวใจของนักสู้ ถึงเวลาที่นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียว ฮีโร่ขวัญใจคนจนจะมาทวงหนี้แค้นคืน....กองทัพข้าวเหนียว.....บุก

..................................................................................................

กำเนิดนักสู้
เรื่องราวเริ่มต้นที่บ้านดอนควาย ในวันสุริยะคราส ราหูอมพระอาทิตย์เข้าไปมิดดวง นกกาพากันงงบินกลับรังก่อนกำหนด ชาวบ้านดอนควายแตกตื่น ต่างพากันเคาะถ้วย ถัง กาละมัง หม้อไห เพื่อไล่ราหูให้เลิกอมพระอาทิตย์ เสือ (วงศกร ปรมัตถากร) เกิดในวันนี้ วันที่สุดแสนโกลาหลของชาวบ้านดอนควาย วัยเด็กเสือขี้โรค อะไรนิดอะไรหน่อยก็ป่วย แค่จิ้งจกร้องทักยังร้องไห้โฮ จนพ่อกับแม่ทนไม่ไหวต้องเอาไปฝากเลี้ยงกับหลวงพี่เข้ม (ยอดชาย เมฆสุวรรณ) ที่วัดดอนควาย ให้เป็นลูกศิษย์คอยรับใช้หลวงพี่เข้ม มีอยู่วันหนึ่งซึ่งเป็นวันพระใหญ่ ชาวบ้านทำบุญประจำปี มันเป็นวันที่พระอาทิตย์ ดาวเสาร์ และดวงจันทร์ โคจรมาตรงกับโลก ซึ่งใน ๑,๐๐๐ ปี จะเกิดเหตุการณ์แบบนี้เพียงหนเดียวเท่านั้น ชาวบ้านมาร่วมงานบุญ ต่างร่วมมือร่วมใจกันกวนข้าวทิพย์เพื่อถวายพระ อันข้าวทิพย์นั้นก็ประกอบไปด้วยของ ๙ ชนิดคือ ถั่ว งา นม น้ำตาล น้ำผึ้ง น้ำอ้อย เนย และน้ำนมที่คั้นจากรวงข้าวซึ่งชาวบ้านดอนควายใช้ข้าวเหนียวพันธุ์ประจำหมู่ บ้าน ในวันนั้นหลวงพี่เข้มตั้งใจเข้าฌานสมาธิในโบสถ์ ไม่อยากให้ใครรบกวนแกจึงให้เสือคอยเฝ้าโบสถ์ไว้ เมื่อถึงฌานสมาธิหลวงพี่เข้มก็ถอดจิตไปท่องเที่ยวยังแดนสวรรค์ และ นรกภูมิ เมื่อชาวบ้านกวนข้าวทิพย์เสร็จแล้วก็นำมาถวายหลวงพี่เข้มที่โบสถ์ เสือปลุกหลวงพี่เข้มเท่าไหรก็ไม่ยอมตื่นจึงนำใส่พานไปวางไว้หน้าพระประธาน แต่ตัวเสือเองก็หิวเหมือนกันแต่ว่าไปไหนไม่ได้เพราะว่าตนได้รับคำสั่งจาก หลวงพี่เข้มให้เฝ้าร่างไว้ ณ เวลานั้นเที่ยงตรง ตะวันตรงหัว พระอาทิตย์ ดาวเสาร์ พระจันทร์ โคจรทำมุมตั้งฉากกับโลก แสงอาทิตย์สาดส่องทะลุหลังคาโบสถ์ลงมาต้องกับข้าวทิพย์หน้าพระประธานเกิด ปาฏิหาริย์ข้าวทิพย์เปล่งแสงทองส่องสว่างไปทั้งโบสถ์ เสือปลุกหลวงพี่เข้มที่เข้าฌานสมาธิอย่างไรก็ไม่ยอมตื่น ด้วยความหิวเสือในวัยเด็กจึงถือวิสาสะหยิบข้าวทิพย์ก้อนนั้นกินเข้าไปเพื่อ ประทังความหิว แต่แล้วเสือก็รู้สึกร้อนจนท้องแทบระเบิดออกมา มันปวดท้องจนสุดจะทานทนได้ ถึงกับร้องโวยวายเสียงดัง จนสลบไป ณ ตรงนั้นอันเป็นเวลาที่หลวงพี่เข้มหลุดจากฌานสมาธิออกมาพอดี ชาวบ้านต่างพากันแตกตื่นวิ่งมาดูเสือกันใหญ่ บ้างก็โจษจันว่าเสือโดนเทวดาทำโทษ เพราะดันไปกินข้าวทิพย์โดยไม่ได้รับอนุญาต

เสือสลบไป ๗ วัน ๗ คืน แล้วจู่ๆ ก็ฟื้นขึ้นมากลับเป็นปกติเหมือนกับคนที่ไม่เคยเป็นอะไรเลย และตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา เสือก็ไม่เคยเจ็บป่วยอีกเลย แถมยังมีพลังพิเศษเพิ่มเข้ามาในตัวเองโดยที่เขาก็ไม่รู้ตัวเช่นกัน

พลังที่ยิ่งใหญ่มาพร้อมกับความรับผิดชอบที่ยิ่งใหญ่
พลังของเสือเพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆ โดยที่ตัวเขาเองก็ไม่รู้ตัว มีอยู่วันหนึ่งที่เขาไปช่วยพ่อ และ แม่ทำนา วันนั้นอากาศร้อนมาก ควายเกิดบ้าแดดขึ้นมาวิ่งเข้าใส่วงข้าวของเขากับพ่อและแม่ที่ข้างเถียงนา เปรี้ยง.....ไวยิ่งกว่าความคิด ควายกระเด็นไปนอนสลบอยู่ที่ปลักโคลน ห่างจากเสือประมาณเกือบ ๕ เมตร มันกระเด็นไปด้วยแรงหมัดของเสือที่ต่อยออกไปด้วยสัญชาตญาณ โดยที่พ่อ และ แม่ รวมทั้งเสือเองก็มองไม่ทันว่ามันเกิดอะไรขึ้น พละกำลังของเสือเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งเมื่อเขาได้กินข้าวเหนียวเข้าไปมันจะยิ่งเพิ่มพลังขึ้นเป็นทวีคูณ บางวันที่ควายหมดแรงไถนา จะเป็นเสือเองที่คอยลากไถแทนควาย เมื่อฤดูน้ำหลากมาถึงพวกชาวบ้านต่างออกจับปลา หา กบ เขียด มาเป็นอาหาร เสือก็เช่นกันเมื่อเขาหว่านแหเสร็จแล้วดำลงไปในน้ำเป็นชั่วโมงเขาก็ยังไม่ ยอมโผล่ขึ้นมา จนชาวบ้านคิดไปว่าเขาคงจมน้ำตายไปซะแล้ว ไม่ทันขาดคำของชาวบ้านเขาก็โผล่ขึ้นมาพร้อมปลาตัวเบ้อเริ่มที่ดำลงไปงมขึ้น มาได้ เรื่องราวของเขายังไม่จบลงเท่านี้ มีอยู่วันหนึ่งฝนตกลงมาห่าใหญ่ พ่อใช้ให้เขาไปลากไอ้เขาเกเข้าคอก (เขาเกเกิดจากโดนเสือต่อยสมัยเด็ก) ขณะที่กำลังจูงไอ้เขาเกอยู่นั้น ครืน....โครม.....เสียงฟ้าดังสะเทือนเลื่อนลั่น แล้วก็....เปรี้ยง สายฟ้าฟาดเข้าไปที่ตัวของเสืออย่างจัง เสือล้มลงไปทั้งยืน.....ฝนค่อยซาเม็ดลง เห็นไอ้เขาเกเข้าไปเลียๆ หน้าเสือ เขาค่อยๆ ลืมตาแล้วก็ชันกายขึ้นมางงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เขารอดตายจากฟ้าผ่าราวปาฏิหาริย์ และนี่ก็เป็นเพียงจุดเริ่มต้นสำหรับชีวิตของ เสือ นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียว

เส้นทางนักสู้
๑๐ ปี ผ่านไป เสือที่เพิ่งปลดประจำการจากทหารรับจ้าง มาต่อยมวยในงานวัด หาเงินไปฝากแม่ที่ขายขนมท้ายตลาด และช่วยปลดหนี้ที่นาให้พ่อ รวมทั้งค่าเทอมมะลิ (พิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์) น้องสาวที่เป็นความหวังของครอบครัวด้วย เสือชกมวยเก่งมากเพราะตอนที่เขาเป็นทหารรับจ้างได้เคยช่วยชีวิตจ่าผาดอดีต นักมวยโคราช จ่าผาดชมชอบน้ำใจของเสือจึงได้สอนเชิงมวยโคราชให้แบบไม่หวงวิชา โดยมีท่าไม้ตายคือ หมัดเขวี้ยงควาย หมัดนี้ถ้าต่อยออกไปสามารถล้มควายได้ทั้งตัว เสือขึ้นต่อยกับคู่ต่อสู้จนไม่มีใครกล้าขึ้นชกด้วย ผู้พันอำนาจ (ศตวรรษ ดุลยวิจิตร) ผู้มีอิทธิพลมืด ได้สั่งให้กำนันฉ่ำ (เวนช์ ฟอลโคเนอร์) ส่งลิงลม ลูกพญาไฟ (สมรักษ์ คำสิงห์) ลงสู้ ไอ้ลิงลมนี้ก็ใช่ย่อย เพราะมันเป็นคนดีมีวิชา สักลิงลมไว้กลางหลัง แม้นโดนต่อยจนหมอบเพียงลมพัดมาหอบใหญ่โดนตัวมัน ก็สามารถฟื้นคืนชีพขึ้นมาได้ และโดยเฉพาะลูกเข่าของมันลงใครโดนแทงเข่าจะกระอักเลือดถึงตายได้ ผู้พันอำนาจกำชับว่างานนี้เขาลงเดิมพันไว้สูงมากห้ามแพ้เด็ดขาด กำนันฉ่ำจ้างให้เสือล้มมวย แต่ไอ้เสือไม่ยอม กำนันฉ่ำใช้แผนสกปรก ให้ไอ้ศร (นวพล ภูวดล) ลูกชายแอบเอาน้ำมันมวยผสมน้ำให้เสือล้างหน้า เสือแสบตามองไม่เห็น ทำให้ไอ้ลิงลมได้ที โดดขึ้นเหนี่ยวคอแทงเข่าใส่ยอดอกไม่ยั้ง ทำให้เสือกระอักเลือดลงไปนอนเกือบนับสิบ แต่จู่ๆ เมื่อมีลมพัดมาวูบใหญ่ปรากฏว่าเสือกลับฟื้นขึ้นมาด้วยฤทธิ์เดชของควายถึกที่ สักไว้ตรงหน้าอก และดูเหมือนเสือจะมีพละกำลังมากกว่าเดิม เสือซัดลิงลม ลูกพญาไฟด้วยหมัดเขวี้ยงควาย มันล้มลงไปแล้วก็ลุกขึ้นมาใหม่ เป็นอยู่อย่างนี้นับสิบครั้ง จนเสือต้องใช้ไม้ตายเสกควายอาคมไปกดลิงลมที่สักไว้กลางหลังไอ้ลิงลมจนมันลุก ไม่ขึ้นกรรมการนับสิบไอ้เสือชนะ นังดอกสร้อยลูกลุงมั่นอีสาวที่แอบหลงรักไอ้เสือมานานดีใจจนออกนอกหน้า ผู้พันอำนาจโกรธมากที่เสียพนันก้อนใหญ่คาดโทษกำนันฉ่ำแล้วกลับไป กำนันฉ่ำเก็บความแค้นที่ต้องเสียหน้าเอาไว้ในใจ และไปเอาคืนกับพ่อของบักเสือเรื่องหนี้ที่ยืมไปทั้งต้นทั้งดอกให้รีบเอามา คืน เสือไปเจรจากับกำนันฉ่ำเพื่อขอผัดผ่อน แต่กำนันไม่ยอมซ้ำยังต่อว่าพ่อแม่บักเสืออย่างเสียๆ หายๆ แถมยังให้ลูกน้องรุมทำร้ายเสือ เสือป้องกันตัวจนเผลอทำร้ายไอ้ศรลูกกำนันฉ่ำเข้าจนหน้ามันเสียโฉม เขาจึงหนีไปอาศัยหลวงพ่อเข้มหลบภัยที่วัดดอนควาย

ทางกำนันฉ่ำได้สั่งให้ไอ้ศร ลูกชาย ไอ้ลิงลม และสมุนไปเผาบ้านไอ้เสือ ดีที่มันกลับมาช่วยพ่อ แม่ และน้องสาวไว้ได้ แต่ว่าบ้านทั้งหลังได้วอดวายหมดสิ้น ฟืนไฟรุมสุมหัวใจไอ้เสือคุกรุ่น มันอยากจะไปล้างแค้นกำนันฉ่ำให้หายแค้น พ่อเสือได้ทัดทานไว้พ่อบอกให้ไอ้เสือหนีเข้ากรุงเทพฯ ไปสักพักหนึ่งก่อน ส่วนตัวแกจะขออาศัยหลวงพ่อเข้มอยู่ที่วัดดอนควาย

โดยไม่ได้ร่ำลาใคร คืนนั้นไอ้เสือได้หลบออกจากหมู่บ้านเพื่อมุ่งหน้าเข้ากรุงเทพฯ โดยมีพวกกำนันฉ่ำออกตามล่ามาติดๆ ระหว่างไม่รู้จะไปทางไหน อยู่ๆ ก็มีรถมาชนเสือเข้าอย่างจัง เสือกระเด็นไปทางหนึ่งนิ่งไป สักครู่ก็กลับฟื้นขึ้นมาด้วยรอยสักควายถึกที่หน้าอกเมื่อมีลมพัดมาต้องตัว เขา สิ่งนั้นทำให้สิงห์ (เคลลี่ ธนะพัฒน์) เจ้าของรถแปลก ใจมาก สิงห์จะพาเสือไปหาหมอแต่เขาบอกไม่ต้อง เพียงขอโดยสารไปข้างหน้าก่อนก็แล้วกัน สิงห์พยุงเสือขึ้นรถขับตะบึงไป เฉียดกับพวกไอ้ศรที่ตามล่ามาแค่เส้นยาแดงผ่าแปด

บนรถสิงห์ชวนเสือคุยโน่นนี่ ถามเหมือนสอบปากคำ เสือไม่สนใจตอบคำถาม เขาต้องการแค่ติดรถไปลงกรุงเทพฯ ก็เท่านั้นเอง โดนถามหนักๆ เข้าเสือรำคาญก็แกล้งตอบไปว่าบ้านนอกมันแร้นแค้นนักจะไปหางานทำที่กรุงเทพฯ ถ้าไม่ไหวก็จะไปเป็นโจรในกรุงเทพฯ มันซะเลย สิงห์บอกอย่างนั้นก็คงจะได้เจอกันแน่ๆ เสือสงสัยถามสิงห์เป็นโจรเหมือนกันเหรอ สิงห์ยิ้มๆ ไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธ เสือเห็นรูปผู้หญิงคนหนึ่งวางไว้หน้ารถ ในรูปเธอเป็นคนสวย เสือแซวว่าเป็นแฟนเหรอ สิงห์บอกตอนนี้ยังไม่ใช่แต่ว่าต่อไปไม่แน่

เสือปวดท้องขอสิงห์ให้แวะเข้าห้องน้ำที่ปั๊มน้ำมัน เสือเข้าห้องน้ำไม่ทันเสร็จดี จู่ๆ ก็มีเสียงปืนดังขึ้นในมินิมาร์ท ทำให้เสือต้องรีบวิ่งไปตามเสียงปืนเกือบจะพร้อมๆ กับสิงห์ที่วิ่งเข้าไปดูปรากฏว่ามีโจรวัยรุ่นสองคนเข้าปล้นร้าน สิงห์พยายามเจรจาแต่ว่าไม่สำเร็จ โจรกลับจี้เจ้าของร้านเป็นตัวประกัน ทำให้เขาต้องใช้ไม้แข็ง ควักปืนออกมายิงไปที่โจร ฝีมือยิงปืนของสิงห์นั้นมีตำแหน่งแชมป์เหรียญทองทีมชาติเป็นประกันอยู่แล้ว เมื่อโดนยิงเฉียดหัวไปเส้นยาแดงผ่าแปด โจรถึงกับฉี่แตกขาแข้งอ่อนอยู่ตรงนั้น ส่วนอีกคนวิ่งออกจากร้านไป เสือจะวิ่งไล่แต่สิงห์ห้ามไว้บอกปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเขาเองดีกว่าเดี๋ยว จะเจ็บตัวเปล่าๆ สิงห์วิ่งไล่โจรมาติดๆ เมื่อมันจนมุมก็ออกอุบายให้สิงห์ดวลกับมันตัวต่อตัว สิงห์ยอมเก็บปืนเข้าเดี่ยวกับโจร โจรพลาดท่าเลยงัดมีดออกมาแทงสิงห์ พอดีกับเสือที่เข้ามาช่วยสิงห์ได้ทันเวลาเขาจัดการจนโจรหมอบกระแตไป สิงห์แสดงตนว่าเป็นตำรวจ ส่งโจรให้กับตำรวจท้องที่ เสือถามสิงห์เป็นตำรวจจริงเหรอ สิงห์บอกว่าโกหกมั้ง

ถึงกรุงเทพฯ แล้ว สิงห์ส่งเสือลงรถ ก่อนจากสิงห์บอกกับเสือว่าเขาเป็นหนี้ชีวิตเสือ และเขาไม่เคยลืมบุญคุณใคร สิงห์จากไปแล้วปล่อยให้เสืองงเป็นไก่ตาแตกอยู่ตรงนั้น ไม่รู้ว่าจะไปทางไหนดี ระหว่างที่จะข้ามถนนเขาเกือบโดนแท็กซี่ชน เมื่อคนขับออกมาโวยวาย ก็ได้รู้ว่าคนนั้นคือทิดเคน (เหลือเฟือ มกจ๊ก) เสี่ยวเก่าสมัยเป็นทหารรับจ้างด้วยกัน เคนพาสิงห์ไปสมัครงานเป็นกรรมกรสร้างตึกในตอนกลางวัน และกลางคืนไปเป็นคนขับแท็กซี่ และอาศัยอยู่บ้านเช่าเดียวกัน

ที่คาเฟ่เสือได้พบกับส้ม (กวินตรา โพธิจักร) เด็กสาวที่หนีออกจากบ้านมาทำงานเป็นนักร้อง เพราะเขาได้ช่วยเธอจากอาเสี่ยมือไว ที่ลวนลามและจะฉุดส้มไปทำมิดีมิร้าย และมันเป็นวันเดียวกับที่เสือได้พบกับแสงระวี (ฑิฆัมพร ฤทธิ์ธาอภินันท์) นักข่าวสาวที่มาทำสกู๊ปเกี่ยวกับนักร้องคาเฟ่ แสงระวีรู้สึกไม่ชอบขี้หน้าเสือเมื่อแรกเห็น เพราะเสือดันไปจ้องเธอแบบจาบจ้วง ก็หน้าของเธอมันคุ้นๆ เหมือนเคยเห็นในรูปบนรถของสิงห์ที่เขาอาศัยโดยสารเข้ากรุงเทพฯ มา ในคืนนั้นเสือต้องพาส้มกลับไปนอนที่ห้องเช่า เธอระบายเรื่องราวชีวิตให้เสือฟังว่าเมื่อพ่อตาย แม่ก็มีผัวใหม่และผัวใหม่แม่ก็คอยที่จะทำมิดีมิร้ายกับเธอ เธอเล่าให้แม่ฟังแต่ว่าแม่ไม่เชื่อ ซ้ำยังตอกกลับว่าเธอให้ท่าพ่อเลี้ยงเสียอีก และนั่นคือเหตุผลที่ทำให้เธอต้องหนีออกจากบ้าน ส้มอ้วกใส่เสือ เขาไม่ได้รังเกียจเธอเลย แถมยังสงสารและมองเธอเหมือนน้องสาว ในใจเด็กสาวเธอเริ่มรู้สึกดีกับเสืออย่างไม่เคยรู้สึกกับใครมาก่อน

คาเฟ่เลิกแล้วผู้กองสิงห์มารอรับแสงระวีกลับบ้าน เธอถามเขารู้ได้อย่างไรว่าเธออยู่ที่นี่ เขาบอกว่าได้แวะไปที่บ้านของเธอ และได้เจอกับคุณพ่อ อดีตหัวหน้าเก่าของเขา แต่ว่าตอนนี้พันตำรวจโทธงไท (วันชัย เผ่าพิบูลย์) ได้ เกษียนแล้ว และได้หันไปเขียนหนังสืออย่างจริงจังในคอลัมน์ ลมใต้ปีก วิพากษ์วิจารณ์วงราชการในนามปากกาพญาอินทรี แสงระวียิ่งรู้สึกหงุดหงิดที่ทุกเรื่องของชีวิตต้องมีพ่อเข้ามาเกี่ยวข้อง เสมอ

เสือได้รับจดหมายจากทางบ้าน มันเป็นข่าวร้าย พ่อโดนฆ่าตาย น้องสาวหายตัวไป และตอนนี้แม่ป่วยหนักเพราะตรอมใจ เสือรีบกลับไปบ้านแต่เขาก็ไม่ทันได้ดูใจแม่ ทำได้แค่เพียงช่วยแบกโลงแม่ส่งเข้าเมรุเผาศพเท่านั้น เสือได้รู้จากปากของนังดอกสร้อยว่าแผนการทั้งหมดมีพวกกำนันฉ่ำอยู่เบื้อง หลัง และตอนนี้กำนันฉ่ำและไอ้ศรได้เดินทางเข้ากรุงเทพฯ พร้อมกับหลอกมะลิและเด็กสาวๆ ในหมู่บ้านไปด้วย คาดว่าน่าจะเอาเด็กๆ ไปค้าแรงงานเถื่อนในกรุงเทพฯ กำนันฉ่ำเป็นหัวหน้าซุ้มมือปืน เป็นผู้มีอิทธิพลในย่านนี้ กฏหมายจึงไม่สามารถนำตัวกำนันฉ่ำมาชดใช้กรรมได้

ด้วยความแค้น คืนนั้นเสือได้ไปขุดปืนลูกซองไทยประดิษฐ์ลงอาคม ที่ฝังไว้ท้ายวัดขึ้นมา มันเป็นปืนที่นักเลงเก่ากลับใจได้เคยมอบให้กับเขาไว้ และนักเลงเก่าคนนั้นตอนนี้ก็ได้บวชเป็นพระคือหลวงพ่อเข้มแห่งวัดดอนควายนี่ เอง เสือได้สาบานต่อหน้าหลุมศพพ่อ และแม่ว่าจะชำระหนี้แค้นให้กับพ่อ แม่ และจะตามตัวมะลิกลับคืนบ้านให้ได้

บุญคุณทดแทนแค้นนี้ต้องชำระ
เสือเข้ากรุงเทพฯ มาตามแก้แค้นกำนันฉ่ำ และไอ้ศร เขาปลอมตัวเป็นหลายอาชีพเพื่อสืบข่าวน้องสาว ไม่ว่าจะเป็นยาม กรรมกรก่อสร้าง พ่อค้าไข่ปิ้ง ขี่วินมอเตอร์ไซด์รับจ้าง แต่อาชีพหลักคือขับแท็กซี่มิเตอร์ โดยเขามักจะฟังคลื่นวิทยุต่างๆ เพื่อรับฟังข่าวสารอยู่เป็นประจำ แล้วเขาก็ได้ทราบข่าวว่าพวกไอ้ศรได้ไปคุมบ่อนแห่งหนึ่งอยู่ เสือได้ลอบเข้าไปเล่นพนันที่นั่น และเขาได้เจอกับส้มที่มาเสี่ยงโชคเช่นกัน จู่ๆ ควายถึกที่สักอยู่กลางอกก็ร้อนวูบขึ้นเขารู้ได้ทันทีว่าต้องมีเหตุการณ์ บางอย่างเกิดขึ้น เป็นไปดังคาด เมื่อศรกับลูกน้องออกมาคุมบ่อน เสือที่ปลอมตัวเข้ามาพยายามระงับความโกรธเขาต้องการสะกดรอยตามพวกศรไปเพื่อ ที่จะไปหามะลิน้องสาว แล้วส้มก็ก่อเรื่องเข้าจนได้เมื่อเธอโกงไพ่เจ้ามือ พวกศรเข้าไปเอาเรื่อง ร้อนถึงเสือที่ต้องเข้าช่วยส้ม เหตุการณ์คับขันเสือจำเป็นต้องใช้ปืนลูกซองอาคมของหลวงพ่อเข้ม

ตูม !!! เสียงปืนระเบิดขึ้น พวกศรกระจัดกระจายไปคนละทิศละทาง ทั้งๆ ที่เสือตั้งใจยิงจังๆ ที่หน้าอก แต่ลูกสมุนศรก็แค่เพียงบาดเจ็บเท่านั้น.....มันทำให้เสือหวนระลึกถึงวันที่ หลวงพ่อเข้มมอบปืนให้กับเขา หลวงพ่อเข้มได้บอกกับเขาว่า “ปืนอาคมนี้มันจะคอยปกป้องเอ็งอยู่เสมอ แต่คราใดที่เอ็งใช้มันด้วยโทสะ มันก็จะด้าน และแป้ก ที่สำคัญปืนนี้จะทำร้ายคนอย่างมากก็แค่เจ็บเท่านั้นไม่ถึงกับตาย” เสือและส้มโดนพวกไอ้ศรที่มากกว่าจับไว้ได้ พวกไอ้ศรรุมกินโต๊ะเสือจนเขาฟุบลงไป ระหว่างที่ไอ้ศรหัวเราะชอบใจอยู่นั้นเสือก็ได้ท่องคาถาขมุบขมิบ ฉับพลันลมพัดมาตึงใหญ่ควายถึกที่อยู่กลางหน้าอกไอ้เสือมันแทบจะโผนออกมาจาก อก พวกไอ้ศรตกใจเข้ารุมอีกคราวนี้ไม่รู้ว่าเรี่ยวแรงเสือมาจากไหน พวกไอ้ศรนับสิบยังจับไม่อยู่ เสือใช้วิชามวยโคราชต่อยหมัดเขวี้ยงควายใส่ พวกไอ้ศรกระเด็นไปคนละทิศละทาง เสือได้โอกาสพาส้มหนี แล้วเขาก็มาปะเข้ากับผู้กองสิงห์ที่นำกำลังตำรวจเข้ามาทะลายบ่อนเช่นกัน ทั้งสองได้เจอหน้ากันก็จำได้ ก่อนที่สิงห์จะถามไถ่อะไรเสือก็พาส้มหลบหายไปซะแล้ว เสือพาส้มหายไปโดยทิ้งไว้เพียงผ้าขาวม้าขาดวิ่นไว้เป็นที่ระลึก

ที่ดาดฟ้าแฟลตที่ส้มพัก เธอหัวเราะอย่างโล่งอก พลางควักเอาถุงใส่เงินที่แอบขโมยมาจากในบ่อนช่วงชุลมุนให้เสือดู เมื่อเปิดดูทั้งคู่ถึงกับตะลึงเพราะเงินในถุงมีค่าร่วมล้าน เสือบอกให้ส้มเอาไปส่งตำรวจ ส้มไม่ยอม ระหว่างที่แย่งถุงกันไปมา ถุงเงินขาดเงินนับล้านปลิวว่อนลงสู่ถนนเบื้องล่าง ชาวบ้านข้างล่างวิ่งไล่เก็บเงินกันใหญ่ แสงระวีที่ผ่านมาแถวนั้นได้เก็บภาพเสือไว้ได้ แต่มันเป็นเพียงภาพที่ย้อนแสงตะวัน มองไม่ออกว่าเป็นใคร เท่าที่พอมองออกคนที่แจกเงินอยู่บนยอดตึกนั้นเป็นชาย พันผ้าขาวม้าไว้กับคอ เสือเห็นข้างล่างกำลังวุ่นวายจึงฉวยโอกาสพาส้มหนีรอดไปอีกครั้ง แสงระวีบอกกับตัวเองว่าเธอต้องรู้ให้ได้ว่า ใครคือโรบินฮู้ดที่โปรยเงินแจกคน

เช้าวันใหม่เมื่อเสือและส้มเดินผ่านแผงขายหนังสือพิมพ์ก็ต้องตกใจ เพราะภาพของเสือได้ปรากฏบนหน้าหนังสือพิมพ์ แสงระวีนำภาพข่าวลงหน้าหนึ่งพาดหัวว่า มีฮีโร่คนใหม่เกิดขึ้นแล้ว โดยมีพญาอินทรี เจ้าของคอลัมน์ ลมใต้ปีก ตั้งสมญาฮีโร่คนนี้ให้ว่า “นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียว” เมื่อผู้กองสิงห์ได้อ่านหนังสือพิมพ์ก็รู้สึกสะกิดใจกับนักสู้พันธุ์ข้าว เหนียวคนนี้ แต่พวกไอ้ศรเมื่อมันได้อ่านข่าวมันก็รู้ได้ในทันทีว่า ไอ้นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียว ก็คือไอ้เสือไอ้คนที่ไปก่อเรื่องที่บ่อนนั่นเอง และเสือก็ได้ตัดสินใจสวมบทนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวเพื่อตามหาน้องสาว และอีกด้านเพื่อต่อกรกับความอยุติธรรมในสังคม

โปลิศจับขโมย
ตอนนี้เสือได้กลายเป็น นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียว ขวัญใจคนจนผู้ยืนเคียงข้างคนถูกข่มเหงไปแล้ว ในขณะที่เขาออกสืบหาร่องรอยของมะลิ เขาก็ต้องคอยหนีผู้กองสิงห์ และแสงระวีนักข่าวสาวคนสวยที่ตามหาร่องรอยเขาด้วย เหตุที่ต้องติดตามหามะลิทำให้เขาต้องเข้าไปพัวพันและก่อวีรกรรมต่างๆ ขึ้นมากมาย เช่น นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวทะลายซ่องนรกปลดปล่อยผู้หญิงที่โดนล่อลวงมาค้า ประเวณี / นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวช่วยเด็กจากโรงงานนรก / นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวร่วมสไตร๊ท์กับชนชั้นแรงงานในการขึ้นเงินเดือน ทุกครั้งเขาต้องคลาดกับผู้กองสิงห์แบบหวุดหวิด เสียงร่ำลือเรื่องนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวเป็นที่โจษขานไปทั่วกรุงฯ แต่เสือก็ยังเป็นบุรุษนิรนาม ทิ้งปริศนาให้กับผู้กองสิงห์ต้องตามแก้ ทั้งเรื่องการทิ้งผ้าขาวม้าขาดวิ่นไว้เป็นที่ระลึกทุกครั้ง และการหายตัวไปเหมือนล่องหนได้ของนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียว

มีอยู่ครั้งหนึ่งผู้กองสิงห์ได้ประจัญหน้ากับนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวแบบจะจะ โดยที่ผู้กองไม่รู้เลยว่ามันคือไอ้เสือ ทั้งสองสู้กันแบบไม่มีใครได้เปรียบเสียเปรียบกัน แล้วเสือในคราบของนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวก็หาจังหวะหนีได้ทำให้ผู้กองจำเป็น ต้องยิงปืนใส่ เปรี้ยง!! ลูกปืนเข้าที่หน้าอกของเสือแบบเต็มๆ เขาล้มลงไปทั้งยืน ทุกอย่างนิ่ง สงบไปชั่วอึดใจ ลมพัดมาวูบใหญ่ ควายถึกที่สักกลางหน้าอกของเสือตื่นขึ้น มันคำรามออกมาเสียงดังครืนครั่น แล้วเสือก็ลุกขึ้นกระโจนโผนหายไป ผู้กองสิงห์แทบจะไม่เชื่อตาตัวเองเลย ที่ดาดฟ้าตึกฝั่งตรงข้ามปรากฏมือปืนที่ซุ่มดูเหตุการณ์ทั้งหมดโดยตลอด เธอคือ โรส (รฐกร สถิรบุตร) มือสังหารของหน่วยปฏิบัติการ ลับพิเศษ ที่มีรหัสว่า กุหลาบแดง ผู้กองรู้สึกเหมือนโดนจ้องมองเขาหันไปทางนั้นปรากฏว่าไม่พบร่องรอยใครแล้ว

ผู้กองสิงห์มาขอพบพญาอินทรี หรือ พันตำรวจโท ธงไท เตชะบดินทร์ อดีตหัวหน้าเก่า ผู้กองบอกกับพญาอินทรีว่าเขารู้สึกเหมือนมีคนคอยสะกดรอยตามเขา พญาอินทรีบอกผู้กองอาจจะคิดมากเกินไปหรือเปล่า และคนที่คอยตามเราบางทีเขาอาจจะไม่ได้หวังร้ายก็ได้ ผู้กองสิงห์บอกว่า เขาไม่ได้ห่วงอันตรายของตัวเอง แต่ว่าเขาห่วงอันตรายของคนที่มาสะกดรอยเขามากกว่า เพราะว่าตอนนี้คดีเกี่ยวกับนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวเริ่มโยงใยไปถึงผู้มี อิทธิพลมืดทางการเมือง เมื่อผู้กองสิงห์กลับไปแล้วพญาอินทรีจึงได้เอ่ยปากเรียกให้ใครคนหนึ่งออกมา จากมุมมืด เธอคือโรส หรือ กุหลาบแดง มือสังหารคนนั้นนั่นเอง โรส หรือร้อยตำรวจเอกหญิง รสนายืนยันว่าจะไม่ถอนตัวจากปฏิบัติการเกี่ยวกับนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียว อย่างแน่นอน เธอต้องการจับกุมคนที่ทำผิดคิดร้ายต่อบ้านเมืองมาลงโทษให้ได้ และลึกๆ ในใจแล้วคือเธอต้องการที่จะตอบแทนบุญคุณผู้กองสิงห์ที่ครั้งหนึ่งเคยช่วย ชีวิตเธอเอาไว้ด้วย

แล้วเบาะแสที่ค่อนข้างชัดเจนของมะลิก็ปรากฏขึ้น บักเคนเพื่อนที่ขับแท็กซี่ได้ยินผู้โดยสารคุยกันเรื่องมะลิ ว่าให้เอาตัวไปส่งให้กับผู้มีอิทธิพลคนหนึ่ง และไอ้คนที่นั่งแท็กซี่นั่นก็คือไอ้ศร ลูกกำนันฉ่ำนั่นเอง เมื่อเสือตามร่องรอยที่เคนบอกไปปรากฏว่าเขาได้เจอเข้ากับแสงระวี นักข่าวสาวอีกแล้ว แสงระวีเธอก็มาตามสืบเรื่องการค้ามนุษย์เช่นกัน แสงระวีจำเสือได้ดีเพราะในขณะที่เธอตามสืบเรื่องนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวก็ มักจะเจอกับเสือที่จู่ๆ ก็โผล่มากวนโอ๊ยเธออยู่เสมอ เธอได้บอกให้เสือที่ปลอมตัวเป็นพ่อค้าไข่ปิ้งให้รีบหลบไปอย่ามาเกะกะการทำ ข่าว เสือไม่ยอมไปบอกชอบติดตามข่าวหน้าหนึ่ง ก่อนที่ทั้งคู่จะทะเลาะกันอีก เสือได้เห็นพวกศร และ กำนันฉ่ำพาตัวมะลิและเด็กสาวหลายคนลงรถมา และผู้มีอิทธิพลที่อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ก็เผยตัวมันคือ ผู้พันอำนาจนักการเมืองผู้ยิ่งยง ที่สร้างตัวมาจากธุรกิจผิดกฏหมาย ต่างๆ นานา แสงระวีถ่ายรูปผู้พันอำนาจไว้ได้ แต่เธอเผลอทำเสียงดังพวกสมุนหันมามอง เสือต่อว่าว่าแสงระวีซุ่มซ่า ทั้งคู่เถียงกันอีกไม่ทันระวังตัวโดนสมุนของกำนันฉ่ำเข้ามาจับกุมเอาทั้งคู่ ล็อกกุญแจมือติดกัน ผู้พันอำนาจบอกทั้งสองรู้ความลับของเขามากไป ให้นำตัวทั้งสองไปฆ่าทิ้งซะ เสือและแสงระวีใช้อุบายจนหนีพวกโจรไปได้ แต่ว่าทั้งสองยังติดกันอยู่ด้วยกุญแจมือ พวกกำนันฉ่ำและศร พาพรรคพวกออกตามล่า เสือจำต้องพาแสงระวีหลบไปยังที่ซ่อนตัวของเขา

ส้มโวยวายที่เสือพานักข่าวกลับมายังที่พัก เสือบอกว่าเป็นเหตุสุดวิสัยให้ทำอย่างไรเพราะเขากับแสงระวีถูกล็อกกุญแจติด กันไว้ แต่จริงๆ แล้วเสือเป็นห่วงความปลอดภัยของแสงระวีมากกว่า เสือกับแสงระวีต้องตัวติดกันตลอด เดินไปไหนไปด้วยกันโดยที่มีส้มตามติดอยู่ไม่ห่าง แสงระวีเหมือนได้อยู่ในโลกอีกโลกหนึ่ง ได้เห็นมิตรภาพของคนที่แม้ไม่มีเงินแต่มีความจริงใจให้แก่กัน ได้เห็นถึงความยากลำบากของผู้คน แสงระวีได้ถ่ายทั้งภาพที่ประทับใจ และสะเทือนใจเหล่านั้นไว้ด้วย

ที่สะพานลอยขณะที่ส้ม เสือและแสงระวีกำลังจะข้ามถนน เสือได้พบกับมะลิน้องสาวในสภาพที่แทบจำไม่ได้ เธอผอมเกร็ง ตามร่างกายมีบาดแผลมากมาย และสิ่งที่ทำให้เสือแทบเป็นบ้าคือ มะลิเป็นใบ้พูดไม่ได้แล้วเนื่องจากโดนทารุณมากจนร่างกาย และจิตใจบอบช้ำอย่างมาก เสือกับแสงระวีกำลังจะช่วยพามะลิไปจากตรงนั้นก็เป็นขณะเดียวกันพวกกำนันฉ่ำ ก็ได้สืบหาเบาะแสจนได้เค้าจากบักเคน พวกมันจับบักเคนไปซ้อมและให้บอกที่ซ่อนตัวของไอ้เสือ ไอ้ศรตามมาจนเจอกับเสือและแสงระวี เสือให้ส้มพามะลิไปอีกทาง ส่วนเขาพาแสงระวีหนีไปอีกทาง ในขณะเดียวกันก็ใช้กุญแจผีสะเดาะกุญแจมือให้เขาและเธอหลุดจากกัน แสงระวีต่อว่าเสือที่ไม่ยอมรีบเอากุญแจออกมาใช้ ไม่ทันที่เสือจะแก้ตัวใดๆ ทั้งสิ้น ไอ้ศรก็ตามทั้งคู่มาทัน มันตะโกนเรียก “แน่จริงก็อย่าหนีสิวะ ไอ้นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียว” เสือหันกลับมา ในขณะเดียวกับที่แสงระวีถึงกับอึ้ง บักเสือที่อยู่ตรงหน้าเขานี่หรือคือฮีโร่ที่เธอตามหาอยู่ ศรตะโกนบอกว่า คราวนี้เอ็งไม่รอดแน่ ไอ้ศรมันยิงปืนใส่มาทางทั้งคู่ ปัง!!! เสือเอาตัวบังรับกระสุนแทนแสงระวี เขาโดนยิงล้มลงไปแต่ก็สามารถลุกขึ้นมาได้ใหม่ด้วยฤทธิ์รอยสักควายถึกที่หน้า อก ลูกปืนแทบไม่ระคายผิวไอ้เสือเลย “เหนียวนักใช่มั๊ย” ไอ้ศรคำรามในลำคอ แล้วมันจึงล้วงเอาลูกปืนที่หลอมมาจากตะกรุด และตะปูฝาโลงผีตายโหงมายัดเข้าไปในรังเพลิง เปรี้ยง!! คราวนี้เสือโดนลูกปืนซัดตกน้ำไป ผู้กองสิงห์ตามมาช่วยแสงระวีได้ทันเวลาแสงระวีจะกระโดดน้ำตามไปช่วยเสือ แต่ว่าพวกไอ้ศรตามล่ามาติดๆ ทำให้ผู้กองสิงห์ต้องพาเธอหลบหนีไปก่อน โดยเธอได้ยินเสือตะโกนมาว่าให้ฝากดูแลมะลิให้ด้วย ในขณะเดียวกับที่เสือบาดเจ็บสาหัสไปไหนไม่รอดโดนพวกไอ้ศรนำตัวกลับไป ที่มุมหนึ่งเห็น กุหลาบแดงซุ่มดูเหตุการณ์ทั้งหมดโดยตลอด

เสือโดนพวกกำนันฉ่ำ และ ศร ทรมานต่างๆ นานา โดนฉีดยาให้ติดเฮโรอีน บอบช้ำทั้งร่างกายและจิตใจ และผู้อยู่เบื้องหลังความชั่วร้ายทั้งหมดก็คือ ผู้พันอำนาจนักการเมืองตัณหาจัดผู้อยู่ในคราบนักบุญ กำนันฉ่ำเป็นแค่เพียงลิ่วล้อของผู้พันอำนาจเท่านั้น เสือโดนขังคุกมืดไม่เห็นเดือนเห็นตะวัน ไม่ให้ข้าวให้น้ำ มีแต่เพียงเฮโรอีนที่ฉีดให้เท่านั้น และเป็นทีที่ไอ้ลิงลม มันจะทวงหนี้แค้นเสือคืนแล้ว ตอนที่เขาใกล้ตายก็พอดีกับที่ผู้กองสิงห์ซึ่งได้รับข่าวเรื่องที่ซ่อนของ เสือจาก กุหลาบแดง จึงพากำลังมาช่วยไว้ได้ ภาพสุดท้ายก่อนที่เขาจะหมดสติไปคือเห็นแสงระวี มาช่วยเขาไว้ คำพูดของเขากับเธอที่เบาจนแทบไม่ได้ยินคือ มะลิน้องสาวเขาเป็นอย่างไรบ้าง

เสือเจ็บ
เสือถูกนำไปรักษาที่เซฟเฮาส์แห่งหนึ่ง โดยเขาถูกกันเอาไว้เป็นพยาน และมีเพียงแสงระวีเท่านั้นที่รู้ว่าเสือคือนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียว แสงระวีบอกเสือไม่ต้องห่วงเพราะเธอได้ตามส้มและมะลิเจอแล้วตอนนี้มะลิอยู่ใน ความดูแลของหมอ และให้พักอยู่บ้านเธอเสือไม่ต้องเป็นห่วง เสือขอบคุณแสงระวีเรื่องน้องสาวและเรื่องที่ไม่เปิดเผยที่เขาเป็นนักสู้ พันธุ์ข้าวเหนียวกับผู้กองสิงห์ ส้มที่ตามเบาะแสของเสืออยู่ก็อาศัยตามสะกดรอยแสงระวีมาจนได้รู้ที่ซ่อนตัว ของเสือ ระหว่างที่เสือพักฟื้นอยู่ที่เซฟเฮาส์แสงระวีก็มาคอยดูแลเขาด้วย แสงระวีไม่รู้เหมือนกันว่าเธอมาช่วยดูแลเสือเพราะอยากตอบแทนบุญคุณ หรือว่าลึกๆ แล้วเธอแอบรักเขาบักเสือหนุ่มอีสานคนนี้กันแน่ ผู้กองสิงห์เฝ้าดูความสัมพันธ์ของทั้งคู่อยู่ห่างๆ ด้านเสือเองอยากจะหนีออกไปจากที่นี่ให้ได้ป่านนี้ไม่รู้ว่ามะลิจะเป็นตาย ร้ายดีอย่างไร เขาอยากจะออกไปช่วยน้องสาวอย่างเร็วที่สุด เมื่อสบโอกาสส้มได้ลอบเข้ามาพบกับเสือทั้งสองแอบวางแผนเรื่องที่จะพาเสือหนี

เสือเผ่น
ในวันที่เสือถูกนำตัวไปเป็นพยานที่ศาล ส้ม และเคน รวมทั้งพรรคพวกเสือที่เคยเป็นทหารรับจ้างได้วางแผนปล้นเสือจากตำรวจ และพาเสือหนีรอดไปได้ แสงระวีที่รอเสืออยู่ที่ศาลเพื่อเป็นพยานร่วมกัน เสียใจมากเมื่อรู้ว่าเสือได้เลือกเดินทางผิดอีกครั้ง

ด้วยอิทธิพลของผู้พันอำนาจ ผู้กองสิงห์กำลังจะถูกย้ายไปต่างจังหวัด ก่อนไปเขาได้เตือนแสงระวีให้ระวังตัวบ้างเพราะเธอเป็นคนที่ได้เห็นหน้าของ ผู้พันอำนาจ แสงระวีไม่ฟังคำเตือน จนกระทั่งรถเธอถูกลอบวางระเบิด และพ่อของเธอพันตำรวจโทธงไทต้องออกมาพูดเตือนด้วยตนเอง ขณะที่ผู้กองสิงห์กำลังจะเดินทางไปต่างจังหวัดเขาได้บอกให้โรส ซึ่งสะกดรอยตามเขามาตลอดให้แสดงตัวออกมาได้แล้ว ยังไม่ทันที่จะได้คุยอะไรกันมากที่มุมหนึ่งปรากฏนักฆ่าจากทางฝ่ายผู้พัน อำนาจซุ่มยิงมาที่ทั้งคู่ เห็นโรสกระโดดเอาตัวรับกระสุนแทนสิงห์ โรสบาดเจ็บเป็นแผลฉกรรจ์ สิงห์รีบพาโรสหลบหนีไปซ่อนตัว ค่ำวันนั้นด้วยพิษบาดแผลโรสได้เพ้อออกมาถึงความในใจที่เธอรักสิงห์

เสือหลบอยู่ที่ต่างจังหวัด ซึ่งส้มเป็นคนพาไปอดยา เสือต้องหักดิบ บางครั้งถึงขนาดต้องบอกให้ส้มล่ามโซ่ตัวเขาไว้ เพราะเขาเผลอทำร้ายส้มด้วยฤทธิ์ยา สุดท้ายเสือก็สามารถเลิกยาได้ เสือได้เห็นถึงความรักของส้มว่าเธอก็รักเสืออย่างหมดหัวใจ เสือบอกกับส้มว่าเมื่อจบเรื่องแล้ว เขาอยากจะกลับบ้าน บวชให้พ่อ กับแม่ และแต่งงานมีครอบครัวที่อบอุ่นกับส้ม ที่ตลาดพวกกำนันฉ่ำ และ ศร เจอส้มที่มาซื้อเสบียงให้กับเสือ พวกมันตามมาจนถึงที่ซ่อนของเสือ แต่ว่าไม่พบเสือ มันฆ่าส้มทิ้ง และพากันหลบหนีไป เสือกลับมาเห็นศพของส้มในสภาพไม่มีชิ้นดี เสือแค้นมาก

เลือดล้างเลือด
เสือวางแผนลอบฆ่าผู้พันอำนาจ กำนันฉ่ำ และศร เพื่อแก้แค้นให้กับพ่อและแม่ รวมทั้งส้ม และมะลิ ในวันที่ผู้พันอำนาจไปพูดหาเสียงเลือกตั้งต่อหน้าประชาชน และสื่อมวลชนมากมาย บนยอดตึกฝั่งตรงข้ามในขณะที่เสือกำลังเล็งปืนเพื่อที่จะลอบฆ่าอำนาจ เพียงเขาเหนี่ยวไกปืน กระสุนก็จะเป็นทูตนรกพาอำนาจไปชดใช้กรรมในอเวจี แต่จู่ๆ ผู้กองสิงห์ก็โผล่มาห้ามเสือ เขาบอกกับเสือให้วางปืนลง เสือทำอย่างนี้ไปก็ไม่มีประโยชน์ สุดท้ายเสือก็จะโดนจับ ผู้กองสิงห์ให้เสือวางปืนลงซะ ในขณะเดียวกันกับที่แสงระวีก็มาขอร้องเธอเช่นกัน ผู้กองสิงห์ได้เล่าเรื่องราวทั้งหมดว่าทางสันติบาล ได้รู้ข้อเท็จจริงทุกอย่างแล้ว ทั้งเรื่องของผู้พันอำนาจที่มีเบื้องหลังอันชั่วร้าย และ เรื่องราวของนักเลงพันธ์ของเหนียว ซึ่งก็คือเสือนั่นเอง ทุกอย่างถูกเปิดเผยเพราะคำแนะนำของพญาอินทรี หรือ พันตำรวจโท ธงไท เตชะบดินทร์ พันโทนอกราชการนั่นเอง และวันนี้ทางสันติบาล ซึ่งนำทีมโดย ร้อยตำรวจเอกหญิง รสริน หรือ โรส ก็กำลังนำกำลังไปจับผู้พันอำนาจเช่นกัน ให้เสือยุติบทบาทนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวซะ และตอนนี้มะลิน้องของเสือก็มาอยู่ตรงนี้แล้ว เสือเห็นหน้าน้องถึงกับอึ้ง ตอนนี้มะลิก็ได้กลับมาพูดได้อีกครั้ง คำพูดที่เขาได้ยินจากปากน้องสาวคือ พี่.......วางปืนเถอะ เสือน้ำตาไหลอาบแก้ม ตัดสินใจไม่ถูก เขามองไปที่ปืนในมือ ปืนที่หลวงพ่อเข้มมอบให้กับเขา คำสอนของหลวงพ่อผุดขึ้นในหัว “ปืนนี้มันจะคอยปกป้องเอ็งอยู่เสมอ แต่คราใดที่เอ็งใช้มันด้วยโทสะ มันก็จะด้าน และแป้กอย่างไม่น่าเชื่อ ที่สำคัญ ปืนนี้จะยิงคนอย่างมากก็แค่เจ็บเท่านั้นไม่ถึงกับตาย และอย่าลืมจงใช้ความดีชนะความเลว เพราะถ้าเราใช้ความเลวชนะความเลวเราก็ไม่ต่างจากคนชั่วเช่นกัน” เมื่อนึกถึงคำหลวงพ่อ น้ำตาเสือไหลรินออกมา .......เปรี้ยง.....เสียงปืนดังขึ้น ๑ นัด

ข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์ครึกโครม เรื่องที่ผู้พันอำนาจ แท้จริงแล้วเป็นคนบาปในคราบนักบุญ เป็นผู้ที่ทำทุกอย่างที่ผิดกฏหมาย ไม่ว่าจะเรื่องยาเสพติด หรือการค้ามนุษย์ เขาใช้อำนาจและอิทธิพลพาตัวเองสู่ความยิ่งใหญ่ โดยมีสมุนคือ กำนันฉ่ำ และ ศร เป็นพลพรรค และตอนนี้พวกมันได้เข้าไปชดใช้กรรมที่ตัวเองก่อไว้ในคุกแล้ว

ทุกอย่างคลี่คลาย ผู้กองสิงห์ได้เลื่อนยศและได้รับความดีความชอบ ในวันที่เขาได้ประดับยศ ผู้กองสิงห์ และ โรส ได้นำดอกไม้ไปวางไว้หน้าหลุมศพศพหนึ่ง บนป้ายหลุมศพเขียนชื่อไว้ว่า “นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียว”

เช้าวันใหม่ที่บ้านดอนควาย พระรูปหนึ่งกำลังยืนสวดให้พรชาวบ้านที่มาตักบาตร เห็นแสงระวีนั่งพนมมือรับพรอยู่ พระรูปนั้นคือเสือ หรืออดีต นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวนั่นเอง หลวงพี่เสือได้หวนนึกไปยังวันนั้น ถ้าเขาตัดสินใจผิดพลาดคงไม่ได้ยืนอยู่ตรงนี้ ดีที่เขาตัดสินใจไม่ยิงผู้พันอำนาจ แต่เขาได้ขอกับผู้กองสิงห์ค่าที่ผู้กองสิงห์เคยติดหนี้ชีวิตเขาไว้หนึ่ง ครั้ง เขาขอให้ นักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวคนนี้ ได้ตายไปจากโลกนี้ซะ ผู้กองสิงห์รับปากเสือ เสือบวชให้กับพ่อ แม่ และ ส้ม ก่อนที่จะสึกออกไปมีชีวิตสงบๆ กับ แสงระวี คนรักของเสือ แล้วบักเสือก็ได้นำปืนไปคืนให้หลวงพ่อเข้มเก็บใส่ลังไว้ตามเดิม และเมื่อใดก็ตามที่ความอยุติธรรมเกิดขึ้น ปืนของหลวงพ่อเข้มอาจต้องนำออกมาจากลังอีกครั้ง เพราะนักสู้พันธุ์ข้าวเหนียวคนต่อไปอาจจำเป็นต้องใช้มัน


ที่มา https://plus.google.com/Freemini-hd/

เว็บไซต์นี้นำลิงค์มาจากเว็บ googleplus (ผู้ให้บริการอัพโหลดไฟล์) เท่านั้น ทางเว็บไซต์ไม่ได้เป็นผู้อัด/ทำสำเนา/อัพโหลดคลิป หรือจัดเก็บไฟล์ดังกล่าวไว้ และเว็บไซตไม่ได้จัดทำเพื่อการค้า โปรดทราบว่าทางผู้ดูแลเว็บไซต์เพียงไปพบลิงค์ และนำมารวบรวมไว้เป็นหมวดหมู่ เพื่อให้ผู้ใช้สามารถค้นหาคลิปต่างๆได้โดยง่าย หากท่านพบวีดิโอที่ละเมิดลิขสิทธิ์ให้แจ้งได้ที่ ratthanan2008[แอด]live.com ทางเรายินดีให้ความร่วมมือลบวีดิโอดังกล่าวให้โดยเร็ว
  • สถิติ :
  • รายการ : 1,487 รายการ
  • จำนวนตอน : 56,637 ตอน
  • จำนวนคลิป : 106,451 คลิป

MSN/Email: ratthanan2008[แอด]live.com [ ใช้เวลาในการสร้างหน้าเพจ 0.039 วินาที.] [ 0 queries used ]
WTC V.5.2.7 Power By WatchLakorn.in [ © 2010 WatchLakorn.in All Rights Reserved.]
Bot Online 80 ตัว | ดูซีรีย์ย้อนหลัง | ดูละครทีวี | ดูละครย้อนหลัง
Watch Lakorn RSS google plus